แชร์

รหัส M พุกเคมีคืออะไร เลือกขนาดให้ถูกงาน

บทความเชิงเทคนิค
รหัส M พุกเคมีคืออะไร เลือกขนาดให้ถูกงาน

บทความนี้อธิบายความหมายของรหัส M บนพุกเคมี วิธีอ่านค่าสเปกและคำนวณความยาวสตัดให้ถูกต้อง พร้อมตารางขนาดพุกเคมีตั้งแต่ M10 ถึง M24 รหัสสินค้า ความยาวสตัด และข้อควรระวังในการเจาะรูติดตั้งให้ปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม

โดยทีมเทคนิค ส.เจริญโฮมสแควร์ | ปรับปรุงล่าสุด: กันยายน 2569

 

รหัส M บนพุกเคมีคืออะไร

ตัวอักษร M ที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์หรือสเปกของพุกเคมีย่อมาจาก Metric หมายถึงมาตรฐานเกลียวเมตริก (ISO Metric Screw Thread) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดขนาดเกลียวของสตัดเหล็กทั่วโลก ตัวเลขที่ตามหลัง M คือเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ (Nominal Diameter) ของสตัดเหล็ก มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร เช่น M12 หมายถึงสตัดเหล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 12 มิลลิเมตร ยิ่งตัวเลขมากขึ้นเท่าไร สตัดก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและรับน้ำหนักได้มากขึ้นตามไปด้วย

วิธีอ่านค่าสเปกและคำนวณความยาวสตัด

เมื่อพบรหัสสเปกอย่าง M12 x 160 บนบรรจุภัณฑ์หรือใบสั่งซื้อ สามารถแยกความหมายออกได้เป็น 3 ส่วน ตัวอักษร M ระบุมาตรฐานเกลียวเมตริกที่มีมุมเกลียว 60 องศา ตัวเลขแรกคือ 12 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียวขนาด 12 มิลลิเมตร ส่วนตัวเลขหลังเครื่องหมาย x คือ 160 ซึ่งหมายถึงความยาวรวมของสตัดเหล็กทั้งเส้นเป็นมิลลิเมตร ดังนั้นตัวเลขความยาวนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่เลือกได้ตามใจ แต่ถูกคำนวณมาจากระยะฝังจริงในคอนกรีตบวกกับความหนาของชิ้นงานที่ต้องยึด

การคำนวณความยาวสตัด ตัวอย่าง M12 ยาว 160 มม.

ความยาวสตัดที่ถูกต้องออกแบบมาให้ครอบคลุม 3 ส่วนหลักตามสูตรด้านล่าง

ความยาวสตัด = ระยะฝังในคอนกรีต + ความหนาเพลท + ระยะน็อตและแหวน
ส่วนประกอบ รายละเอียด
ระยะฝังในคอนกรีต (Embedment Depth) ประมาณ 110 มม. ตามที่ผู้ผลิตกำหนดเพื่อให้ยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
ความหนาชิ้นงาน/เพลทเหล็ก (Fixture Thickness) เผื่อไว้ประมาณ 25 ถึง 30 มม.
ระยะยึดน็อตและแหวน (Nut & Washer) ประมาณ 20 มม. รวมความหนาน็อต แหวน และปลายเกลียวที่ต้องโผล่พ้นเพื่อความปลอดภัย

เมื่อแทนค่าทั้งสามส่วนสำหรับพุก M12 จะได้ 110 บวก 30 บวก 20 เท่ากับ 160 มิลลิเมตร ตรงตามความยาวสตัดมาตรฐานที่ผู้ผลิตจำหน่ายพอดี

ตารางขนาดพุกเคมี King Fisher ที่ร้านจำหน่าย

ตารางด้านล่างเป็นขนาดพุกเคมีชนิดสตัดเหล็กของ King Fisher รุ่น KR Resin ที่จำหน่ายในร้าน ตั้งแต่ M10 ถึง M24 พร้อมตัวอย่างลักษณะงานที่เหมาะสมกับแต่ละขนาด เพื่อใช้ประกอบการเลือกซื้อเบื้องต้น ดูสเปกฉบับเต็มได้ที่แคตตาล็อกสินค้าของร้าน

รหัสสินค้า ขนาดพุก (M) ความยาวสตัด (มม.) ตัวอย่างลักษณะงานที่เหมาะสม
KG M10 (M10 x 130) 10 มม. 130 มม. งานระบบไฟฟ้าและประปา, ยึดรางท่อ, งานตกแต่งภายใน เช่น ราวม่านหรือขาแขวนทีวี
KG M12 (M12 x 160) 12 มม. 160 มม. งานต่อเติมบ้าน, โครงหลังคาเหล็กเบา, ยึดเพลทเหล็กกับเสาหรือคาน
KG M16 (M16 x 190) 16 มม. 190 มม. โครงสร้างอาคารเหล็ก, ฐานเครื่องจักรในโรงงาน, งานที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนสูง
KG M20 (M20 x 240) 20 มม. 240 มม. งานวิศวกรรมหนัก, ฐานรากเครื่องจักรหนัก, ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่, โครงสร้างพิเศษ
KG M24 (M24 x 300) 24 มม. 300 มม.

ตารางนี้ใช้เทียบรหัสสินค้ากับความยาวสตัดของแต่ละขนาดได้ทันที ส่วนค่ารับแรงของแต่ละขนาดไม่ได้ลงไว้ในหน้านี้ เพราะเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตปรับปรุงเป็นระยะและต้องอ่านคู่กับเงื่อนไขหน้างาน หากต้องใช้ประกอบการออกแบบหรือการตรวจรับ ขอเอกสารสเปกฉบับล่าสุดของรุ่นที่จะใช้ได้ที่ร้าน

หมายเหตุ: ค่าที่ใช้ออกแบบจริงขึ้นกับสภาพคอนกรีต รอยร้าว ระยะขอบ และความลึกที่ฝังได้จริงหน้างาน การออกแบบโครงสร้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้คำนวณและกำหนดค่าใช้งานเสมอ

มาตรฐานการเจาะรูสำหรับติดตั้ง

การเจาะรูสำหรับพุกเคมีชนิดหลอดแก้วต้องมีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางสตัดประมาณ 2 มิลลิเมตรสำหรับขนาด M10 ถึง M16 และมากกว่านั้นสำหรับ M20 ขึ้นไป เพื่อให้เกิดช่องว่างรอบสตัดหรือ Annular Gap ที่เพียงพอให้น้ำยาเคมีไหลเข้าไปเติมเต็มรอบเกลียวได้ทั่วถึง

ขนาดพุก (M) ดอกสว่าน / รูเจาะ (มม.) ความลึกรูเจาะ (มม.) แรงบิดขันน็อต (Nm) ระยะขอบต่ำสุด (มม.) ความหนาคอนกรีตต่ำสุด (มม.)
M10 12 90 20 70 120
M12 14 110 40 85 150
M16 18 125 60 95 160
M20 25 170 120 130 220
M24 28 210 150 160 300

หมายเหตุ: ค่าทั้งหมดในตารางอ้างอิงจากเอกสารทางเทคนิคของ King Fisher รุ่น KR Resin ซึ่งเป็นสินค้าที่ร้านจำหน่าย ยี่ห้ออื่นกำหนดค่าไว้ต่างกัน ต้องอ่านเอกสารของรุ่นที่ใช้จริงทุกครั้ง ส่วนค่ารับน้ำหนักของแต่ละขนาด ขอเอกสารสเปกฉบับล่าสุดได้ที่ร้าน

ข้อควรระวังในการติดตั้ง

หัวข้อ รายละเอียด
ความหนาคอนกรีต ต้องไม่น้อยกว่าค่าความหนาคอนกรีตต่ำสุดในตารางหัวข้อที่ 4 เช่น M12 ต้องหนาอย่างน้อย 150 มม. เพื่อป้องกันคอนกรีตแตกร้าว (Cone Failure)
ความสะอาดของรูเจาะ ต้องเป่าฝุ่นออกให้สะอาดครบทุกขั้นตอน มิฉะนั้นแรงยึดเกาะจะลดลงอย่างมาก
แรงบิดในการขันน็อต (Torque) ควรใช้ประแจปอนด์ขันน็อตตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น
ระยะห่างจากขอบคอนกรีต (Edge Distance) หลีกเลี่ยงการฝังพุกใกล้ขอบคอนกรีตเกินไป เพื่อป้องกันคอนกรีตแตกออกด้านข้าง

คำเตือน: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น งานโครงสร้างจริงต้องผ่านการคำนวณและลงนามรับรองโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ก่อนนำไปใช้ออกแบบต้องขอเอกสารสเปกฉบับล่าสุดของรุ่นที่จะใช้มาตรวจสอบเสมอ

บทสรุป: อ่านรหัส M ให้ถูก เลือกขนาดพุกเคมีให้ตรงกับงาน

โดยสรุป รหัส M บนพุกเคมีคือกุญแจสำคัญที่บอกทั้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวรวมของสตัดเหล็กในตัวเดียว การเลือกขนาดพุกที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งน้ำหนักที่ต้องรับ ความหนาของคอนกรีตหน้างาน และค่าแรงดึงแรงเฉือนที่ผู้ผลิตระบุไว้ ไม่ใช่เลือกจากขนาดรูที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว ควรอ้างอิงมาตรฐานเกลียวเมตริกสากลอย่าง ISO 68-1 ร่วมกับข้อมูลทางเทคนิคของผู้ผลิตแต่ละราย เพื่อให้ได้ขนาดและความยาวสตัดที่ปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม สำหรับหลักการทำงานของพุกเคมีโดยรวม อ่านได้ที่บทความ พุกเคมีคืออะไร ทำไมวิศวกรถึงเลือกใช้ และการเลือกชนิดน้ำยาเรซิ่นอ่านต่อได้ที่ คู่มือเจาะลึกน้ำยาพุกเคมี 3 ประเภท สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์พุกเคมีคุณภาพสูงเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ส.เจริญโฮมสแควร์

สนใจพุกเคมีคุณภาพสูง ติดต่อ ส.เจริญโฮมสแควร์

เรามีพุกเคมีและอุปกรณ์ติดตั้งครบวงจร จากหน้าร้านย่านอ่อนนุช เขตประเวศ กรุงเทพฯ พร้อมส่งทั่วไทย โดยเฉพาะเขตภาคกลางและภาคตะวันออก

โทร 02-328-7309 แอด LINE @schs.thailand

มั่นใจได้ในคุณภาพ สินค้าพร้อมส่งถึงหน้างานครับ

6 ช่องทางสั่งซื้อพุกเคมีกับ ส.เจริญโฮมสแควร์
ทำไมต้องซื้อพุกเคมีกับ ส.เจริญโฮมสแควร์

บทความที่เกี่ยวข้อง
พุกเคมี M16 สเปก ราคา และการสั่งซื้อ
รวมสเปกพุกเคมี M16 ที่ต้องใช้จริงหน้างาน เจาะรู 18 มม. ลึก 125 มม. สตัดยาว 190 มม. พร้อมราคา วิธีสั่งซื้อ และข้อควรระวังก่อนติดตั้ง
คู่มือเจาะลึกน้ำยาพุกเคมี 3 ประเภท
คู่มือทางเทคนิค: การเลือกใช้งานน้ำยาพุกเคมี (Chemical Anchor Engineering Guide) เข้าใจง่าย เลือกใช้ถูกประเภท ปลอดภัย ประหยัดงบประมาณ
พุกเคมีคืออะไร ทำไมวิศวกรถึงเลือกใช้
บอกลาปัญหาคอนกรีตแตกร้าวจากการใช้พุกเหล็กแบบเดิมๆ ยกระดับความปลอดภัยให้งานโครงสร้างด้วยนวัตกรรม "Chemical Anchor" ที่รับแรงดึงได้สูงกว่า
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้